ดู มวยไทย

ดู มวยไทย

ดู มวยไทย

ดู มวยไทย ช่องทางการรับชมมวยไทยยุคนี้แตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่ว่าจะเปิดทีวีช่องไหน… แทบทุกช่องก็จะต้องมีถ่ายทอดสด “มวยไทย”

ส่วนในต่างประเทศ มวยไทยกลายเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ได้รับการยอมรับ และมีชื่อเสียงในวงกว้าง จากอิทธิพลของสื่อ จนเกิดยิมสอนมวยไทยที่เปิดทำการทั่วโลก 

ชาวต่างชาติ ต่างเดินทางเข้า มาดูมวยไทย รวมถึงนักมวยไทย ก็มีรายการไปชกต่างแดน อย่างสม่ำเสมอ สร้างรายได้ อย่างเป็นกอบกำ 

ถึงแม้ว่า ความนิยม ต่อ กีฬามวยไทย จะพุ่งสูงขึ้นแค่ไหน แต่ปริมาณผู้ชมบน สังเวียนมาตรฐาน อย่าง ราชดำเนิน และ ลุมพินี กลับลดลง อย่างน่าใจหาย 

โปรโมเตอร์ผู้จัดต่างประสบสภาวะขาดทุน ในการจัดมวยอย่างมาก บางคนถอนตัว และหลายๆคนเริ่มยอมแพ้ให้กับสถานการณ์เช่นนี้

มวยไทย ได้รับความนิยม มากกว่าเดิม แต่เหตุใดยอดผู้ชมในสนาม กลับสวนทางกัน ? พูดคุยและหาคำตอบร่วมกับ ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์มวยไทยชื่อดัง ถึงต้นตอของปัญหานี้ 

ยอดผู้ชมที่สวนทาง ดู มวยไทย

ช่อง 3, 5, 7, 9,  ไทยรัฐ ทีวี เนชั่น ทีวี, ทรู 4U, อัมรินทร์ ทีวี, ช่อง 8, GMM25, NOW ฯลฯ นี่เป็นแค่ช่องทีวีส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่มีการถ่ายทอด สดมวยไทย หรือคนไทยเรียกว่า “มวยตู้” อยู่เป็นประจำทุกสัปดาห์ 

แม้การถ่าย ทอดสดมวยไทย จะอยู่คู่สังคมบ้านเรามาอย่างช้านาน แต่ก็ยังไม่เคยมียุคสมัยไหน ที่มีการถ่ายมวยตู้มากมายเท่านี้ 

เหตุผลที่เป็นเช่นนั้น ส่วนหนึ่งมาจาก การเกิดขึ้นของ ช่องทีวีดิจิตัล ที่ต่างเห็นโอกาส ในการทำเรตติ้ง จึงหันมาถ่ายทอด สดมวยไทย ทางทีวี 

ดู มวยไทยสดมวยไทยทางทีวี 

ดู มวยไทยและดูเหมือนว่า มันจะมีแนวโน้มที่ไปได้ดี เพราะการรับชมทางโทรทัศน์ หรือดูผ่านออนไลน์ สอดคล้องเข้ากับพฤติกรรมของผู้ชมส่วนใหญ่ ของมวยไทย กลายเป็น ความบันเทิงอย่างหนึ่ง ที่ช่องทีวีขาดไม่ได้ 

“ถ้าเทียบยุคก่อนกับยุคปัจจุบัน ผมว่ายุคนี้คนดูมวยไทยเยอะขึ้นกว่าเดิมมาก เพียงแต่เขาแค่ไม่เข้าสนามเท่านั้นเอง มันมีตัวชี้วัดอยู่ที่ปริมาณผู้ชมการถ่ายทอดสด ที่คนไทยนิยมมวยตู้มากขึ้น” 

“เมื่อมีทีวีถ่ายทอด เต็มไปหมด คนที่ชอบดูมวยไทย หรือต้องการ เล่นการพนัน เขาก็ไม่จำเป็น ต้องเดินทางไปดูที่สนาม เพราะสมัยนี้ดูทางทีวี มือถือก็ได้ หรืออีกพวก ที่ชอบเล่นการพนัน ก็สามารถ เล่นเดินพันบนเว็บออนไลน์ก็ได้ นี่ คือสิ่งที่เกิด ขึ้นในยุคนี้” ดู มวยไทย

ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ หรือ “โบ้ท เพชรยินดี” โปรโมเตอร์ผู้จัดมวยศึกสาย เพชรยินดี อธิบายภาพรวมของวงการมวยไทย ที่เป็นกีฬาผู้คนในสังคมวงกว้างให้ความสนใจมากขึ้นกว่าแต่ก่อน 

ซึ่งสวนทางกัน กับยอดผู้ชมในสนาม โดยผู้ที่รับภาระ มากสุดในสถานการณ์เช่นนี้ ย่อมหนีไม่พ้นโปรโมเตอร์ หากดูตามโครงสร้าง ธุรกิจมวยไทย อาชีพ  

“สนามมวย” จะมีรายได้จากการ เปิดสังเวียนให้ “โปรโมเตอร์” รายต่างๆ เข้ามาจับจองสิทธิ์ ในการจัดรายการมวย ในแต่ละไตรมาส และสปอนเซอร์ ที่เข้ามาสนับสนุน ดู มวยไทย

ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น  ค่าเช่าสนาม, ค่าตัวนักมวย เป็นต้นทุนที่ โปรโมเตอร์ ต้องเป็นคนรับผิดชอบ โดยการจัดรายการแต่ละครั้ง มีค่าใช้จ่าย ที่ต้องใช้ตั้งแต่ หลักแสนบาท-หลักล้านบาท ส่วนรายรับ ที่ โปรโมเตอร์ จะได้คืนกลับมา ได้แก่ ค่าจำหน่ายตั๋ว เข้าชม, สปอนเซอร์ที่สนับสนุน รายการ ฯลฯ 

ดังนั้นเมื่อคนจัด เก็บค่าเข้าตั๋วเ ข้าสนามมวยได้ น้อยลง (ราคาอยู่ที่ 250-500 บาท ริงไซด์ 2,000-2,500 บาท ตามแต่คู่มวย) ผลที่ตามมาย่อมทำให้ ผู้จัดการแข่งขัน ประสบภาวะขาดทุน จนเป็นเหตุให้โปรโมเตอ ร์หลายราย ยอมสละสิทธิ์การจัดดังนั้นเมื่อคนจัด เก็บค่าเข้าตั๋วเข้าสนามมวยได้น้อยลง (ราคาอยู่ที่ 250-500 บาท ริงไซด์ 2,000-2,500 บาท ตามแต่คู่มวย) ผลที่ตามมาย่อมทำให้ ผู้จัดการแข่งขัน ประสบภาวะขาดทุน จนเป็นเหตุให้โปรโมเตอร์หลายราย ยอมสละสิทธิ์การจัดรายการมวย เพราะไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้รายการมวย เพราะไม่สามารถ แบกรับต้นทุนได้