มวย

มวย วงการมวยร่วมหารือ มวยกลับมาชกแบบปิด ให้จำกัดคนเข้าสนาม

มวย  วางมาตรการเตรียมกลับมาชก

วงการมวยหารือ วางมาตรการเตรียมกลับมาชกอีกครั้งในวิถีใหม่ เบื้องต้นเห็นตรงกันควรจำกัดคน ในพื้นที่เเข่งขันไม่ควรเกิน 50 คน กรรมการนั่งตัดสินต้องมีฉากกั้น เเยกห้องพักนักมวย ส่วนอุปกรณ์ชกของใครของมัน ก่อนขึ้นเวทีต้องกักตัว 14 วัน ขณะที่ช่วงเวลาชก คนที่ไม่ใช่นักกีฬา จำเป็นต้องสวมถุงมือเเละหน้ากากเฟซชิลด์ตลอดเวลาทุกคน
นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ การกีฬาเเห่งประเทศไทย เป็นประธานในการประชุมหารือมาตรการแนวทางการจัดแข่งขันกีฬามวย ในสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา กกท. เมื่อ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนจากสนามมวย, โปรโมเตอร์, หัวหน้าค่าย, ผู้จัดการนักมวย, ผู้ฝึกสอน, นักมวย และผู้ตัดสิน เข้าร่วม มวย

สำหรับการประชุม มวยวันนี้ ที่ประชุมได้มีการหารือถึงมาตรการต่าง ๆ ในส่วนของสถานที่ ทั้งค่ายมวยเเละสนามแข่งขัน นอกเหนือจากมาตรการทั่วไปแล้ว ได้มีมาตรการเพิ่มเติม ได้แก่ การควบคุมจำนวนผู้ในพื้นที่แข่งขันมวยไม่เกิน 50 คน, มีฉากกั้นทั้ง 4 ด้านสำหรับกรรมการให้คะแนน, จัดห้องพักนักมวยสำหรับเตรียมตัวก่อนแข่งขันไม่ต่ำกว่า 4 ห้อง, จัดเตรียมอุปกรณ์ชกมวยและอุปกรณ์การแข่งขันแบบเฉพาะบุคคล (1 คน/นวม 1 คู่), จัดพื้นที่รอบสนามแข่งให้มีระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร, ทำความสะอาดทุกครั้งหลังจากจบการแข่งขันแต่ละคู่ และจำหน่ายเครื่องดื่ม-อาหารนอกสนามเท่านั้น

ภายหลังการประชุม รองผู้ว่าการ กกท.

กล่าวว่า การประชุม ในวันนี้คือการหารือในเรื่องของการแข่งขันแบบปิดจะต้องมีมาตรการใดบ้าง ที่จะต้องนำไปเสนอศูนย์บริหารสถานการณ์ การแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ซึ่งจะเป็นผู้อนุมัติผ่อนปรนมาตรการต่างๆ และจากการได้คุยกับคนวงการมวยวันนี้ ก็ทำให้ได้ข้อสรุปที่คิดว่าน่าจะเป็นที่ยอมรับได้ทุกฝ่าย นอกจากนี้เองทาง ศบค. ก็มีสัญญาณที่ดีที่จะปลดล็อกกีฬาทุกประเภทในเดือนกรกฎาคม นี้ ดังนั้นสิ่งที่ทำคือการเตรียมมาตรการต่างๆ เอาไว้ เพื่อนำมาใช้งานจริงหลังจากได้รับผ่อนปรนแล้ว

ขณะที่ในส่วนของนักกีฬานั้น ได้มีการถกเถียงกันในมาตรการต่างๆ และมีการปรับเปลี่ยนหลายข้อจากที่คณะอนุกรรมการแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย ได้วางกรอบเอาไว้ในตอนแรก ได้แก่ เรื่องของการกักตัวนักมวยก่อนแข่งได้มีการกำหนดไว้ที่ 21 วัน แต่ในที่ประชุมเสนอว่าเป็นระยะเวลาที่นานเกินไปสำหรับการเตรียมตัว จึงได้มีการเสนอให้กักตัวก่อนแข่งขัน 14 วัน

ประเด็นการลงนวมซ้อม

นายณัฐวุฒิ เผยอีกว่าในประเด็นการลงนวมซ้อม นั้น สามารถทำได้ตามปกติ แต่ขอให้มี การหลีกเลี่ยงชก แบบปล้ำวงใน ทั้งในการแข่งขันและ การฝึกซ้อม นอกจากนี้ ในมาตรการ ยังมีเรื่องของการให้ผู้ฝึกสอน – พี่เลี้ยง งดการนวดกระตุ้น นักกีฬา ระหว่างพักยก แต่คุยกันว่าเป็นเรื่อง ที่ทำได้ยาก ดังนั้นจะให้เน้นว่า ช่วงระหว่างที่ทำการแข่งขัน คนที่ไม่ใช่นักกีฬา จะต้องสวมถุงมือ หน้ากากอนามัยและเฟซชิลด์ ตลอดเวลา อย่างเคร่งครัด

ขณะเดียวกัน ในเรื่องของผู้ชม การแข่งขัน ซึ่งในช่วงแรก จะเป็นการถ่ายทอดสด แต่ก็มีความกังวลว่า จะมีการรวมตัวกันดูนั้น ได้มีข้อกำหนดว่าสถานที่ ใดถ้าจะมีการรวมตัวกัน เกินกว่า 10 คน จะต้องทำระบบ ลงทะเบียนของ ไทยชนะ เอาไว้ด้วย

ที่การกีฬา แห่งประเทศไทย หัวหมาก การกีฬาแห่ง ประเทศไทย ได้จัดการประชุม หารือมาตรการ แนวทางการจัดการแข่งขันกีฬามวย ในสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้อง กับวงการมวย เข้าร่วม โดยมีรองผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย ณัฐวุฒิ เรืองเวส เป็นประธาน ในที่ประชุม

ทั้งนี้การประชุมดังกล่าว เป็นการนำเสนอแนวทาง โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่จะเสนอต่อ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. เพื่อผ่อนปรนให้มวยไทย กลับมาทำกิจกรรมได้ หลังหยุดไปนับตั้งแต่มีนาคม โดยมีการร่างข้อเสนอ ครอบคลุมทั้งการฝึกซ้อม เพื่อแข่งขัน และการจัดการแข่งขันมวยไทย อาทิ ควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการ ในพื้นที่การแข่งขัน จำกัด ไม่เกิน 50 คน ทั้งนักมวย จนไปถึงผู้เกี่ยวข้องในการถ่ายทอดสด , นักมวย ต้องกักตัวก่อนแข่ง 21 วัน เป็นต้น ซึ่งแนวทางเหล่านี้ผู้เกี่ยวข้อง ตอบรับที่จะปฏิบัติตาม

ณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทยบอกว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย จะเสนอแนวทางที่เป็นข้อปฏิบัติ ไปยังศบค. ภายใต้แนวทางจัดการชกมวยในสนามแบบปิด ไม่ให้มีการเข้าชม เป็นการถ่ายทอดสดทางทีวี เชื่อว่าด้วยสถานการณ์ที่ดีขึ้นจากโควิด 19 และการให้หลักประกันถือปฏิบัติ จะทำให้ภาครัฐผ่อนปรนให้มวยไทย กลับมาทำกิจกรรมได้ โดยคาดว่าช้าสุด น่าจะเป็นภายในเดือนกรกฏาคมนี้ ที่จะมีการชกมวยเกิดขึ้น